ข้อคิดในการเลือกวัสดุตกแต่งบ้าน

ข้อคิดในการเลือกวัสดุตกแต่งบ้าน

ปัจจุบันเจ้าของบ้านมีโอกาสใกล้ชิดวัสดุตกแต่งบ้านมากขึ้นกว่าแต่ก่อน เพราะการเกิดขึ้นของร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างขนาดใหญ่ที่เฟรนด์ลี่กับเจ้าของบ้านโดยตรงมากขึ้น ทำให้เจ้าของได้รับรู้รับชมเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้างโดยตรง ก่อนตัดสินใจ

และวัสดุก่อสร้างก็มีความหลากหลายมากขึ้นด้วยเช่นกัน แต่ในฐานะที่เราๆ อาจไม่ได้อยู่ในวงการก่อสร้าง การได้รู้ได้เห็นวัสดุมากมายเหล่านี้ จะมีหลักการอะไรในการเลือกใช้ได้อย่างสวยงามและเหมาะสม จึงขอเสนอข้อคิดคร่าวๆ ในการเลือกวัสดุตกแต่งบ้านดังนี้ครับ

1. ความสวยงามมาทั้งจากตัววัสดุและมาทั้งจากภาพรวม สิ่งแรกสำหรับเจ้าของบ้านมอง มักเริ่มต้นจากความประทับใจเมื่อได้เห็นความสวยงามของวัสดุตกแต่ง แต่ความสวยงามเกิดขึ้นจากตัววัสดุนั้นๆ เองและภาพรวม บางทีวัสดุที่เราเห็นว่าสวยๆ ก็อาจจะดูไม่เข้ากันกับวัสดุอื่นๆ ที่อยู่ร่วมห้อง จึงควรเลือกวัสดุที่เข้ากันได้กับสิ่งที่มีอยู่เดิม หรือสิ่งที่จะมาอยู่ด้วยกัน คำว่าสิ่งที่มีอยู่เดิมยังรวมถึงสิ่งสร้างบรรยากาศเช่นแสงไฟด้วยนะครับ วัสดุบางชนิดสวยเมื่ออยู่กับแสงไฟบางประเภท แต่พอใช้ไฟอีกประเภทกลับดูไม่จืดซะงั้น การตัดสินใจเมื่ออยู่ในร้านค้าขายวัสดุ จึงอาจผิดคาดเมื่อมาอยู่กับบรรยากาศจริง

2. ใช้วัสดุให้เหมาะ ความสวยงามที่ยั่งยืนจะตามมา วัสดุที่คงทนมากๆ ย่อมเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านทุกคนต้องการ แต่ในชีวิตจริงไม่มีอะไรสมบูรณ์พร้อม การพิจารณาเรื่องความทนทานจึงต้องดูจากสถานที่และรูปแบบในการใช้งาน เช่น พื้นไม้ไม่ทนต่อความชื้นและปลวก มีความเสี่ยงที่จะเสียหายเมื่อใช้ในที่เปียกชื้น เช่นห้องน้ำหรือพื้นชั้นล่างที่มีโอกาสน้ำท่วมและความชื้นซึมขึ้นมาจากพื้นดิน หากใช้ที่ชั้น 2 ก็จะดูแลได้ง่ายขึ้น หรือถ้าจะใช้ที่ชั้น 1 ก็ควรมีระบบป้องกันความชื้นจากผิวดิน เช่น มีการปูผ้าพลาสติกกันความชื้นจากดินในขั้นตอนการก่อสร้างไว้อย่างดี ส่วนในห้องที่มีการโยกย้ายเฟอร์นิเจอร์หนักๆ บ่อยๆ วัสดุที่นำมาใช้ทำพื้นก็ควรเป็นวัสดุที่มีผิวแกร่ง หรือมีเนื้อวัสดุที่เมื่อลอกร่อนแล้วยังเป็นผิวเดิม เช่น กระเบื้องประเภทที่มีเนื้อโฮโมจิเนียส ไม่ใช่กระเบื้องพิมพ์ลาย

3. ฝีมือช่างก็เป็นตัวตัดสิน ต้องยอมรับว่าช่างฝีมือดีหายากมากขึ้น บางครั้งใช้วัสดุดีๆ แต่ได้ช่างที่ไม่มีฝีมือมาทำการก่อสร้าง อาจทำให้เราผิดหวัง โชคดีที่ระบบอุตสาหกรรมการก่อสร้างก็รับรู้สถานการณ์นี้ วัสดุการก่อสร้างสมัยหลังๆ จึงมีมาเพื่อแก้ปัญหานี้ด้วยเช่นกัน การเลือกใช้วัสดุที่ตัดมาเรียบร้อยจากโรงงาน ประกอบง่าย จะเหมาะกับช่างที่ไม่ได้มีฝีมือปราณีตมากนัก เช่น งานปูพื้นไม้จริง ย่อมต้องการช่างมีฝีมือเฉพาะมากกว่างานไม้ปาร์เก้สำเร็จรูป ช่างก่ออิฐมวลเบาจะก่อได้ตรงและง่ายกว่าก่ออิฐมอญ (เพราะก้อนใหญ่และได้มาตรฐานกว่า ) หรือคิ้วบัวสำเร็จรูปจากโรงงาน จะมีมาตรฐานกว่าคิ้วบัวที่อาศัยฝีมือช่างแกะเอาเอง โดยวัสดุในระบบอุตสาหกรรมเหล่านี้มักมีวิธีใช้วิธีติดตั้งที่เป็นระบบเฉพาะวัสดุไป หากให้ช่างศึกษาและทำตามวิธีใช้ที่กำหนดมาก็จะได้งานที่ได้มาตรฐาน

4. ฝันชั่วคราวได้แต่ใครเป็นคนดูแลรักษา หลายครั้งเมื่อไปเที่ยวตามรีสอร์ท โรงแรม เรามักเห็นการตกแต่งที่เลิศหรูสวยงาม เช่นใช้โคมระย้าที่อลังการ หรือลายฉลุซับซ้อน หรือใช้พื้นไม้กับห้องน้ำหรือ ระเบียง โดยหารู้ไม่ว่า การจะคงสภาพสวยงามไว้ได้ต้องการการดูแลรักษาที่เหมาะสมด้วย สำหรับโรงแรมอาจมีคนงานหรือผู้เชี่ยวชาญมากเพียงพอที่จะทำความสะอาดหรือขัดทำสีไม้ใหม่ในทุกๆ ปี แต่สำหรับบ้าน การหามืออาชีพเข้ามาดูแลรักษาทุกปี อาจเป็นเรื่องยุ่งยากหรือทุนสูง หากเราไม่ได้มีกำลังทรัพย์ เวลา และความเชี่ยวชาญ อาจพิจารณาววัสดุตกแต่งอื่นๆ ที่พอทดแทนกันได้ เช่นใช้กระเบื้องลายไม้แทนการใช้ไม้จริง ใช้ลายเพ้นท์แทนการใช้ลายฉลุ เลือกโคมไฟที่เรียบง่ายลง หรือโคมไฟสูงๆ ที่เปลี่ยนหลอดยาก อาจต้องหาตำแหน่งติดตั้งที่เราเปลี่ยนได้ง่ายขึ้น และหากต้องการบรรยากาศสวยหรู ก็สามารถใช้เงินและเวลา ไปพักร้อนตามโรงแรมในฝันซึ่งมีคนดูแลแทนเราไว้อย่างดี

5. เสียหายบางส่วนขึ้นมา จะหาวัสดุชนิดเดิมมาซ่อมแซมได้หรือไม่ ข้อนี้เป็นการเตรียมตัวเผื่อเหลือเผื่อขาด สำหรับวัสดุที่มาจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ หิน ปูน การหาวัสดุเดิมมาซ่อมแซมอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่หากเป็นวัสดุเฉพาะเช่น กระเบื้อง (พื้น ผนัง มุงหลังคา) ซึ่งอาจจะผลิตลายนี้อยู่ไม่กี่ปีก็เลิกผลิต หรือเป็นวัสดุนำเข้าซึ่งอนาคตอาจจะยกเลิกการนำเข้าได้ เราก็ควรจะเผื่อวัสดุนั้นๆ เก็บเอาไว้บางส่วนไว้ซ่อมแซมหากเกิดความเสียหายด้วย วัสดุยิ่งเฉพาะตัวมากก็ยิ่งมีแนวโน้มจะหามาชดเชยได้ยากมากขึ้น ก็อาจใช้เฉพาะส่วนไป

6. ข้อสุดท้าย Safety first แม้เป็นข้อสุดท้ายแต่ก็เป็นเพราะเป็นข้อสำคัญสุด วัสดุบางประเภทปลอดภัยในที่หนึ่งแต่กลับไม่ปลอดภัยในอีกที่ เช่น กระเบื้องที่ใช้กับพื้นเปียกต้องมีความฝืดที่เพียงพอเพื่อกันการลื่นตก ราวกันตกกระจกถ้าจะใช้ก็ต้องเลือกกระจกนิรภัย (Tempered และหรือ Laminated Glass) ที่มีความหนาเพียงพอ หรือเลือกใช้วัสดุที่ไม่ลามไฟ เป็นต้น

ปัจจุบันวัสดุมีหลากหลาย หวังว่าแนวคิดคร่าวๆ 6 ข้อนี้ คงพอช่วยกรุยทางการเลือกวัสดุมากมายให้ถูกใจและอยู่กับเราได้อย่างสบายใจไปได้นานๆ


จากใจ
ZmyHome
ฝากกดแชร์เป็นกำลังใจให้ด้วยครับ
 

COPYRIGHT © 2015-2019 , Z Home, LTD ALL RIGHTS RESERVED