ตั้งราคาขายบ้านแบบนี้ ขายยากแน่ๆ

ตั้งราคาขายบ้านแบบนี้ ขายยากแน่ๆ

การที่จะขายบ้านให้ได้ในเวลาที่ต้องการและได้กำไรอย่างสมเหตุสมผล “การตั้งราคาขายให้ถูกต้อง” เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญต่อความสำเร็จ ตั้งราคาสูงเกินไปก็ขายไม่ได้และสุดท้ายก็ต้องลดราคา ตั้งราคาถูกไปก็เสียโอกาส แล้วการตั้งราคาแบบไหนที่ทำให้เราตั้งราคาผิด มาดูกันครับ

ข้อผิดพลาดที่ 1 ตั้งจากราคาที่เราจ่ายไป
เจ้าของบ้านส่วนใหญ่มักต้องการกำไรอย่างเป็นกอบเป็นกำจากการขายบ้าน ก็เลยตั้งราคาขายโดยคิดจากราคาบ้านที่ซื้อมา บวกกับกำไรที่ตัวเองอยากจะได้ โดยไม่แคร์ว่าความต้องการจริงๆ ของตลาดเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตามคนซื้อบ้านทุกคนไม่มีใครสนใจว่าเราจะซื้อบ้านมาเท่าไหร่ สิ่งที่เค้าสนใจคือ “ดีลที่ดีที่สุด ณ วันนี้” และถ้าคุณไม่ยอมรับกับข้อนี้ แน่นอน คนซื้อก็จะเลือกที่อื่นที่คิดว่าคุ้มค่าที่สุด

ข้อผิดพลาดที่ 2 คาดหวังว่าจะได้ค่าตกแต่งหรือค่าซ่อมแซมคืนจากการขายบ้าน
บ้านที่เราจะขาย บางครั้งเอาอาจมีการปรับปรุงใหญ่เพื่อ ทำครัวใหม่ หรือต่อเติมห้องบนพื้นที่ด้านข้าง นอกจากนี้ การต่อเติมนั้นอาจมาจากรสนิยมส่วนตัวของเรา ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เสียไปในการซ่อมหรือต่อเติมขนาดใหญ่ หรือการตกแต่งแพงๆ อาจไม่ได้ตรงกับความต้องการของคนซื้อ ซึ่งการบวกค่าใช้จ่ายเข้าไปทั้งหมดอาจทำให้บ้านของคุณดูแพงเกินไป ดังนั้นการปรับปรุงบ้านก่อนการขาย ควรทำเฉพาะส่วนที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น และควรหลีกเลี่ยงการปรับปรุงที่มีค่าใช้จ่ายมากๆ

ข้อผิดพลาดที่ 3 ตั้งราคาเผื่อต่อไว้มากๆ
การตั้งราคาเผื่อไว้สูงๆ เพื่อให้คนซื้อรู้สึกว่าได้กำไรจากการต่อราคาลงมาได้มาก ๆ อาจให้ผลตรงกันข้าม เพราะคนซื้อเหล่านั้นอาจจะกลัวคุณวีนกลับมาหลังจากโดนต่อ นอกจากนี้ ทุกวันนี้คนซื้อส่วนใหญ่ค้นหาบ้านจากอินเทอร์เน็ต ดังนั้น เมื่อคุณตั้งราคาบ้านสูงเกินไป บ้านของคุณจะดูด้อยในกลุ่มราคาใกล้เคียงกัน ยิ่งเผื่อมาก ยิ่งดูด้อยมาก คุณเองก็จะเป็นคนเสียโอกาสโดยไม่รู้ตัว

ข้อผิดพลาดที่ 4 ไม่ศึกษาคู่แข่งและเปรียบเทียบราคา
บางทีคุณอาจจะคิดว่า บ้านหลังใกล้ ๆ กัน ราคาก็น่าจะเหมือนกัน แต่ความแตกต่างบางอย่างที่คุณไม่รู้อาจมีผลต่อราคา เช่น วิวที่แตกต่างกัน คอนโดฝั่งที่โดนแดดกับไม่โดนแดด หรือพื้นที่ใช้สอยแตกต่างกัน บางครั้งคอนโดห้องที่อยู่ชั้นสูง ก็ไม่ได้ต้องแพงกว่าชั้นที่อยู่ต่ำกว่ามากๆ เสมอไป ถ้าชั้นที่ต่ำกว่านั้น ตอบสนองความต้องการ หรือมีวิวที่ดีเพียงพอแล้ว ดังนั้นคุณควรใช้เวลากับการศึกษาบ้านอื่นๆ ที่เป็นทางเลือกของคนซื้อของคุณให้เพียงพอ และจะให้ดี ควรมีโอกาสได้เข้าไปดูด้วยตัวเอง

ข้อผิดพลาดที่ 5 ขายตามราคาที่เพื่อนบ้านประกาศขาย
เพื่อนบ้านของคุณประกาศขายบ้านที่ราคา 5 ล้าน ไม่ได้การันตีว่าคุณตั้งราคา 4.9 ล้านบาท แล้วจะขายได้ เพราะเพื่อนบ้านของคุณ อาจไม่ได้ตั้งราคาเพื่อที่จะรีบขาย หรือเค้าเองอาจจะไม่รู้ราคาตลาด ราคาที่คุณควรจะนำมาใช้เปรียบเทียบ คือ “ราคาที่ขายได้ล่าสุด” ยิ่งบ้านลักษณะใกล้เคียงกัน ขายในเวลาไล่เลี่ยกัน ยิ่งเป็นตัวเปรียบเทียบที่ดี แต่โชคร้ายของเมืองไทยที่เราไม่มีหน่วยงานที่รวบรวมและเผยแพร่ราคาซื้อขายบ้าน ดังนั้นคุณอาจจะต้องลองถามนิติบุคคล แม่บ้าน หรือนายหน้าที่ชำนาญ ในโครงการนั้น เผื่อจะได้ข้อมูลมาบ้าง หรือลองดูตารางเปรียบเทียบราคาของ ZmyHome ที่แสดงให้คุณเห็นว่าบ้านแต่ละหลังที่ประกาศขาย มีจำนวนคนดูเบอร์ติดต่อไปเท่าไหร่ และอยู่ในตลาดมาแล้วกี่วัน

ข้อผิดพลาดที่ 6 ไม่กล้าลดราคา
หลายคนพอตั้งราคาบ้านไว้สูงแล้ว ก็ไม่กล้าลดราคาลงมา เพราะรู้สึกผิดหวัง หรือคิดว่าจะทำราคาทรัพย์สินของตัวเองเสีย แต่การลดราคาให้สมเหตุสมผลกับตลาด แสดงให้เห็นว่าคุณตั้งใจที่จะขายจริง และช่วยให้คนซื้อกล้าที่จะโทรหาคุณมากขึ้น

การตั้งราคาขายบ้านให้มีกำไรมากๆ สามารถทำได้จริง แต่แน่นอนราคาที่ขายก็ต้องสมเหตุสมผลกับราคาตลาด ดังนั้นหากคุณตั้งใจจะซิ้อบ้านหรือคอนโดเพื่อลงทุน หลักการของนักลงทุนที่ยิ่งใหญ่อย่าง วอร์เรน บัฟเฟต ยังใช้ได้เสมอ คือ จงกำไรตั้งแต่วันที่คุณซื้อ ไม่ใช่ตอนขายครับ ลงทุนในทรัพย์สินที่จะมีความต้องการมากขึ้นในอนาคต ทำเลดี ตัวทรัพย์สินเองดี ส่วนกลางดูแลรักษาดี และศึกษาเรื่องราคาให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ


จากใจ
ZmyHome
ฝากกดแชร์เป็นกำลังใจให้ด้วยครับ
 

COPYRIGHT © 2015-2019 , Z Home, LTD ALL RIGHTS RESERVED