'แสนสิริ'เดินหน้าพร็อพเทค รุกทดสอบรถไร้คนขับ-โดรน

'แสนสิริ'เดินหน้าพร็อพเทค รุกทดสอบรถไร้คนขับ-โดรน

           บทบาท "สิริ เวนเจอร์ส" บริษัทร่วมทุนระหว่างบมจ.แสนสิริ และธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อวิจัยและลงทุนด้านเทคโนโลยีการอยู่อาศัย หรือ "พร็อพเทค" (Prop Tech) อย่างครบวงจร สะท้อนถึงความพยายามของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายนี้ ที่ต้องการจะผลักดันแบรนด์เข้าใกล้พฤติกรรมของผู้คนในยุค 4.0 รับมือเทคโนโลยีที่รุกคืบเข้ามา"ดิสรัป"ธุรกิจอสังหาฯ ผ่านการร่วมลงทุนกับพันธมิตรและกลุ่มสตาร์ทอัพทั้งในและต่างประเทศ ด้วยงบประมาณ 1,500 ล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปี (ปี 2561-2563)

          โดยมีสตาร์ทอัพหลายรายที่ สิริ  เวนเจอร์ส เข้าไปลงทุนในปี2561 อาทิ Semtive สตาร์ทอัพผู้พัฒนากังหันลมพลังงานไฟฟ้าสำหรับที่อยู่อาศัย ได้เริ่มทยอยส่งมอบกังหันลมสำหรับใช้ในครัวเรือนแล้ว, Neuron สตาร์ทอัพ e-Scooter สัญชาติสิงคโปร์ เริ่มให้บริการในโครงการ ดีคอนโด พิงค์ และขยายการให้บริการไปในพื้นที่พร้อมพงษ์-อ่อนนุช ตลอดจนในพื้นที่รอบตัวเมืองเชียงใหม่, สตาร์ทอัพไทย ซึ่งได้พัฒนา "น้องแสนรู้" หุ่นยนต์พนักงานของแสนสิริที่จะช่วยเข้ามา ตอบเรื่องนวัตกรรมที่ The Cloud ชั้น 3 สยามพารากอน

          ล่าสุด จิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี บริษัท สิริ เวนเจอร์ส จำกัด เผยว่า ได้เปิดตัว อีก 3 สตาร์ทอัพที่เข้ามาใน"สนามทดสอบ" ภายในโครงการที่อยู่อาศัยของแสนสิริ ได้แก่
  1. รถยนต์ไร้คนขับ AIROVR สตาร์ทอัพผู้พัฒนาระบบสำหรับรถยนต์ไร้คนขับสัญชาติไทย และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ ซึ่ง AIROVR จะพัฒนาระบบรถยนต์ไฟฟ้าไร้คนขับ ในการขนส่งผู้โดยสารจากโครงการที่อยู่อาศัยไปยังรถไฟฟ้า และการขนส่งจากรถไฟฟ้ากลับมายังโครงการที่อยู่อาศัย ขณะที่ สวทช.จะพัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยี ระบบ Drive-by-Wire การบูรณาการเซ็นเซอร์สำหรับรถยนต์ ไร้คนขับ ระบบบ่งชี้ตำแหน่งและการนำทาง ระบบควบคุมและสั่งการ และแผนที่ 3D ความละเอียดสูง เพื่อให้สามารถวิ่งได้จริงในโครงการ T77 ของแสนสิริ
  2. โดรน เดลิเวอรี่ ของ Fling สตาร์ทอัพผู้พัฒนาโดรนมาทดลองส่งสินค้าจาก Habito Mall ไปยัง โครงการคอนโดมิเนียมของแสนสิริในพื้นที่โครงการ คาดว่าจะเริ่มทดลองได้หลังจากผ่านขั้นตอนการขออนุญาตหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และ
  3. การดูแลรักษาความปลอดภัย ของ SoundEye สตาร์ทอัพผู้พัฒนาแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผ่านไมโครโฟนเซนเซอร์ที่มีส่วนช่วยตรวจจับเสียงผิดปกติ อาทิ เสียงร้องขอความช่วยเหลือ เสียงน้ำรั่วซึม เสียงปืนในอาคารประเภทต่าง ๆ มาแล้วหลายแห่งในสิงคโปร์ รวมถึงในสนามบินชางฮี โดยจะเริ่มทดลองในไตรมาส 4 ปีนี้ ในโครงการคอนโดของแสนสิริ 2 แห่ง

          "3 เทคโนโลยีดังกล่าวจะเข้ามาทดลองใช้จริงในพื้นที่ของแสนสิริ ที่จัดขึ้นมาสำหรับทดสอบและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีของสตาร์ทอัพในไตรมาส 4 ปีนี้ โดยใช้ระยะเวลา 6-9 เดือน หากประสบความสำเร็จแสนสิริจะเข้าไปลงทุน แต่ไม่สำเร็จถือเป็นการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสตาร์ทอัพและแสนสิริ ไม่จำเป็นต้องลงทุนเสมอไป อาจจะใช้วิธีการซื้อเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อแก้ปัญหาและตอบสนองความต้องการของลูกบ้าน"

          สำหรับแนวทางการลงทุนของ สิริ เวนเจอร์ เรื่องแรกคือ การซินเนอร์จี (Synergy) กับสตาร์ทอัพที่ทำให้เกิด แรงกระเพื่อมให้กับแสนสิริ ลูกบ้าน หรือระบบนิเวศน์ ส่วนเรื่องที่สองคือไฟแนนเชียลรีเทิร์น อย่างน้อยใน 3-5 ปี ธุรกิจยังต้องเติบโตต่อไปได้

          จิรพัฒน์ ยังกล่าวว่า หากสามารถพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไร้คนขับ โดรนส่งของ หรือระบบเสียงเพื่อความปอดภัย ส่งผลให้การใช้ชีวิตมีความสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจุดประกายแนวทางการยกระดับวงการขนส่งไทย และสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ให้กับวงการอสังหาฯไทย เพราะการเดินทางของผู้บริโภคจะสะดวกสบายมากขึ้น จนทำเล'ไม่ใช่'ปัจจัยหลักของการเลือกที่อยู่อาศัยอีกต่อไป

          สอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป กล่าวคือมีความต้องการในเรื่องของความปลอดภัย ความสะดวกสบายมีมากขึ้น ทำให้นักพัฒนาอสังหาฯ ทุกราย พยายามพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว คาดว่า ในปีหน้าน่าจะได้เห็นรถไร้คนขับวิ่งรับคน พนักงาน รวมทั้งโดรนส่งของและเซนเซอร์เสียงเพื่อรองรับระบบความปลอดภัยในโครงการแสนสิริ

          ปัจจุบันแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ความต้องการเป็นเจ้าของลดลงไม่นิยมซื้อรถ อสังหาฯเหมือนในอดีต ลักษณะของที่อยู่อาศัยแบบโคลิฟวิ่ง สเปซ กำลังจะเข้ามาในอนาคต เหมือนกับที่เกิดขึ้น ในสหรัฐ ฮ่องกง สิงคโปร์ คนเปลี่ยนวิถีชีวิตที่เคยอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวมาเป็นการใช้พื้นที่ร่วมกันมากขึ้น ฉะนั้น ดีเวลอปเปอร์ควรศึกษาข้อมูลและพัฒนาโครงการพื้นฐานในพื้นที่ใช้สอยร่วมกันมากขึ้น โดยการนำเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกในการอยู่รวมกันมาใช้มากขึ้น


ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์
 

COPYRIGHT © 2015-2019 , Z Home, LTD ALL RIGHTS RESERVED