CPN รุกอสังหาฯอาเซียน เปิดมาเลย์บุกต่อเวียดนาม

CPN รุกอสังหาฯอาเซียน เปิดมาเลย์บุกต่อเวียดนาม

          "ซีพีเอ็น" เปิดแผนรุกตลาด อสังหาฯค้าปลีกอาเซียน สานวิชั่น โกลบอล เพลย์เยอร์ หลังบริหารศูนย์การค้าในไทย 32 แห่ง ล่าสุด เปิดศูนย์การค้า"เซ็นทรัล ไอ-ซิตี้"ในมาเลย์ กรุยทางศึกษาความเป็นไปได้เปิดที่มาเลย์อีกแห่ง เล็งบุกตลาดเวียดนามเป็นลำดับต่อไป

          จากวิชั่นของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น ธุรกิจในเครือเซ็นทรัล ของตระกูล จิราธิวัฒน์ หลังเป็นผู้นำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกในไทย สเต็ปต่อไป คือ การก้าวสู่การเป็นผู้พัฒนาศูนย์การค้าในระดับภูมิภาค (Regional Player) และระดับโลก (Global Player) โดยโฟกัสไปที่ตลาดอาเซียน

          นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  ในฐานะที่เป็นบริษัทไทยในตลาดหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ ที่พัฒนาศูนย์การค้าอย่างเต็มรูปแบบ และมีความเชี่ยวชาญในการบริหารศูนย์การค้าและธุรกิจค้าปลีก จึงมีแผนขยายธุรกิจด้วยการเข้าไปลงทุนในต่างประเทศที่มีอัตราการเติบโตของเมืองตามกลุ่มเป้าหมายมีกำลังซื้อ

          ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้ศึกษาตลาดมาหลายประเทศ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้เล่นระดับโลก โดยการพัฒนาศูนย์การค้าระดับภูมิภาค ผ่านโรดแมพ "Central to ASEAN" และสร้างรีจินัล รีเทล แพลตฟอร์ม เพื่อเป็นช่องทางแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการสำหรับผู้ประกอบการในภูมิภาคและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

          "เราเห็นโอกาสความเติบโตอาเซียนจึงอยากเห็นความเติบโตของธุรกิจไทยในต่างประเทศ โดยสร้างเป็นแพลตฟอร์มหรือศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่นำพาผู้ประกอบการ และยกระดับศูนย์การค้าการช้อปปิงออกสู่ต่างประเทศเสมือนเป็นยานแม่"

          เดินเกมผนึก"พันธมิตรธุรกิจ"

          โดยมี'จิ๊กซอว์'สำคัญทั้งพันธมิตรธุรกิจ คู่ค้า และพาร์ทเนอร์ ผู้เช่าทุกราย ที่จะเข้ามาร่วมกัน เติมเต็มความสมบูรณ์แบบและเสริมแกร่งให้ธุรกิจของกันและกัน ที่จะทำให้ซีพีเอ็นและพันธมิตรก้าวเดินไปข้างหน้า สร้างเทรนด์ใหม่ให้ธุรกิจค้าปลีกและเติบโตไปด้วยกัน ไม่จำกัดเฉพาะอยู่แค่ในประเทศอีกต่อไป เน้นขยายการลงทุนร่วมกับพาร์ทเนอร์ระดับยักษ์ใหญ่ เพื่อเพิ่ม "โอกาส" เติบโตทั้งในและต่างประเทศ

          เช่น การร่วมทุนกับไอ-เบอร์ฮาด พัฒนาโครงการ "เซ็นทรัล ไอ-ซิตี้" ในมาเลเซีย (เปิดตัวไปเมื่อ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา) ซึ่งเป็นโครงการศูนย์การค้าแห่งแรกในต่างประเทศของซีพีเอ็นที่ใช้งบลงทุนกว่า 8,500 ล้านบาท บนพื้นที่ 28 ไร่ พื้นที่โครงการ 278,000 ตารางเมตร โดยซีพีเอ็นถือหุ้น 60% และ ไอ-เบอร์ฮาด 40% ตั้งอยู่ในโครงการ ไอ-ซิตี้อัลตราโพลิส ไลฟ์สไตล์ ฮับ สุดยิ่งใหญ่ ในเมืองชาห์อลัม ประกอบด้วยศูนย์การค้า, อาคารสำนักงานขนาดใหญ่, ที่อยู่อาศัย โรงแรม สวนสนุก และศูนย์กลางทางด้านไซเบอร์และนวัตกรรม

          "ที่ผ่านมา เมืองชาห์อลัมไม่มีคนสนใจ แต่เรามองเห็นโอกาสว่าเป็นศูนย์กลางชุมชนในเขตตะวันตกของรัฐสลังงอร์ แต่เรามีตาที่เฉียบคม มองเห็นจุดแข็งที่สามารถสร้างขึ้นได้ เพราะซีพีเอ็นเป็นผู้ประกอบการที่รู้ถึงความต้องการแท้จริงของผู้บริโภคจึงไม่กลัว ต่างจากผู้ประกอบการทั่วไปที่มองแค่ว่าต้องเป็นย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ในกัวลาลัมเปอร์ เท่านั้นแต่เราไม่ได้คิดแบบนั้น เรามองหาโอกาส วิธีการเติบโตที่ไม่เหมือนใครและไม่ผูกติดกับใคร"

          2 เดือนมีผู้เช่าพื้นที่แล้ว 60%

          นางสาววัลยา ยังกล่าวว่า 2 เดือนที่ผ่านมาหลังจากเปิดให้บริการเซ็นทรัล ไอ-ซิตี้ ได้รับการตอบรับที่ดี มีผู้เช่าพื้นที่ 60% โดยแบรนด์ไทยมาขยายสาขา อาทิ Cafe Amazon, Black Canyon, Barbeque Plaza, ชาตรามือ, ชาพะยอม เป็นต้น และสินค้าจากโครงการหลวง รวมถึงอาหารไทย, สปาแบบไทย คาดว่าสิ้นปีจะมีผู้เช่า 85% ทั้งจากผู้ประกอบการไทยและมาเลเซีย ทั้งนี้เนื่องจากตัวเลขคนเข้ามาใช้ชีวิตในศูนย์การค้า (Traffic) ในช่วงวันธรรมดา 30,000 คน ส่วนตัวเลขคนเข้ามาในช่วงวันหยุด 40,000-50,000 คน เท่ากับตัวเลขคนมาเดินในเซ็นทรัลบางนา ถือว่าสูงสำหรับศูนย์การค้าที่เปิดใหม่ ส่วนระยะเวลาการคุ้มทุน 5-10 ปีตามมาตรฐานของศูนย์การค้า

          มุ่งตอบโจทย์"มัลติ-คัลเจอร์ส"

          "เรานำความเชี่ยวชาญด้านรีเทล มิกซ์ ของซีพีเอ็นมาใช้และเป็นครั้งแรกที่พัฒนาศูนย์การค้าอินเตอร์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าแบบ มัลติ -คัลเจอร์ส เพราะกลุ่มลูกค้าในมาเลเซียมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ โดยมีสัดส่วนของมุสลิม 60% คนจีน 25% ที่เหลือ 10% เป็นคนอินเดียและชาวตะวันตก ซึ่งเป็นตลาดที่น่าสนใจ เนื่องจากมีเศรษฐกิจใหญ่พอกับประเทศไทย แม้ว่าจำนวนประชากรจะน้อยกว่าครึ่งหนึ่งแต่รายได้เฉลี่ยของประชากรมากกว่าไทย 2 เท่า และมีตัวเลขจีดีพีใกล้เคียงกับประเทศไทย ภูมิอากาศ วัฒนธรรมใกล้เคียงกัน แต่อาจจะแตกต่างกันในเรื่องของรายละเอียด"

          เล็งบุกตลาดเวียดนาม

          นอกจากนี้ ทางซีพีเอ็น ยังเปิดรับและมองหาโอกาสในการลงทุนสร้างศูนย์การค้าในมาเลเซียอีก 1 แห่ง และได้เตรียมแผนบุกตลาดประเทศเวียดนามเป็นประเทศต่อไป เพื่อลงทุนสร้างศูนย์การค้าอีก 2 แห่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา ซึ่งเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของซีพีเอ็น ที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืนโดยเป็นศูนย์การค้า "ไม่ใช่" แค่ประเทศไทย จากปัจจุบันเป็นเจ้าของและบริหารศูนย์การค้าภายใต้แบรนด์หลัก Central Plaza Central World และ Central Festival ในประเทศ รวมทั้งหมด 32 แห่ง ในกรุงเทพฯ 14 แห่ง และต่างจังหวัด 18 แห่ง

          "เราอยากเป็นอินเตอร์เนชั่นแนล ชอปปิ้ง ดีเวลลอปเปอร์ ไม่อยากได้แค่ลีกไทย แต่อยากได้ลีกระดับโลก เริ่มระดับอาเซียนก่อน ซึ่งหลังจากทำงานเหนื่อยมา 7 ปี ได้เปิดศูนย์การค้าในต่างประเทศในมาเลเซียแห่งแรก ถือว่าเป็นจังหวะที่ดีเพราะเศรษฐกิจมาเลเซียกำลังจะขึ้น ถ้ามัวแต่ชักช้าโอกาสมันหายไปน่าเสียดายเพราะที่ผ่านมาสิงคโปร์มาลงทุนในมาเลเซียเยอะมาก ทั้ง ๆ ที่ควรจะเป็นผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะธุรกิจอาหาร นอกจากนี้ ยังมีญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ที่ลงทุนด้านชอปปิงเซ็นเตอร์ แต่ขนาดมาใหญ่มาก" นางสาววัลยา กล่าว



ที่มา : บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน), หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ, ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์
 

COPYRIGHT © 2015-2019 , Z Home, LTD ALL RIGHTS RESERVED