ดันระบบขนส่งมวลชนรอง แก้ปัญหารถติดกทม.

ดันระบบขนส่งมวลชนรอง แก้ปัญหารถติดกทม.

         สวัสดีครับ วันนี้เราจะพูดถึงระบบขนส่ง เเละปัญหาต่างๆที่ทำให้รถในกทม. นั้นติดเหลือเกิน โดยสาเหตุหลัก ก็เกิดจากการว่างเเผน การออกเเบบ การคมนาคม ของโครงข่ายการเดินทางที่ไม่ได้มาตราฐาน รวมถึงการเร่งสร้างสถานีรถไฟฟ้าหลากสี ที่นายกฯพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำเนินการไปเเล้วนั้น กลายเป็นซ้ำเติมปัญหาให้หนักข้อยิ่งขึ้นไปอีก ทำให้รถติดหนักมากยิ่งขึ้น แม้ที่ผ่านมาทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) จะพยายามหามาตรการต่างๆ มาบังคับใช้เพื่อแก้ไขปัญหาจราจร แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับผลสำเร็จเท่าที่ควรนัก บางแนวทางยังส่งผลให้มีผลกระทบ ด้านการจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานครลุกลามมากขึ้น โดยเฉพาะเขตชั้นในของเมืองและย่านเศรษฐกิจสำคัญ ที่ปัจจุบันแม้จะมีระบบรถไฟฟ้าโครงข่ายหลักให้บริการเกือบๆ จะครอบคลุมทั้งพื้นที่อยู่แล้วก็ตาม การเคทีดึงบีทีเอสและ RTC ร่วมลงทุน  เป็นผู้รับดำเนินการระบบฟีดเดอร์ เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรได้อย่างยั่งยืน การใช้ 6 เส้นทางนำร่องพัฒนาฟีดเดอร์ ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่เส้นทางสำคัญ อาทิ ถนนราชดำริ ถนนราชปรารภ ถนนดินแดง ถนนพระราม9 ถนนอโศกมนตรี ถนนพระราม 4 ถนนสุขุมวิท ถนนวิทยุ ถนนเพชรบุรี 

ขาดการบูรณาการ

 

          ปัญหาด้านการออกเเบบโครงข่ายการเดินทาง  ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้รับการวิพากษ์ มาโดยตลอดว่า ผู้วางเเผนไมไ่ด้นำเอาเกณฑ์การออกเเบบมาใช้อย่างครบถ้วน ที่เห็นได้ชัด ได้เเก่ การขาดการประสานรูปเเบบการทำให้ไม่่สามารถกำหนดทิศทาง การสัญจรของประชาชน เเละกำหนดขนาดมวลประชากรที่เดินทางในเเต่ละช่วงเวลาได้่
         นอกจากนั้นยังขาดการออกแบบ เชื่อมประสานโครงข่ายขนส่งมวลชนรองจาก ขสมก.และการเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อในบริเวณจุดตัดของรถไฟฟ้า ทำให้ผู้เดินทางไม่มีความสะดวกในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ปัญหาอีกประการได้แก่ ขาดการออกแบบระบบขนส่งมวลชนรอง หรือฟีดเดอร์ รองรับการเดินทางในพื้นที่ซับคอริดอร์ หรือพื้นที่เศรษฐกิจในถนนรองในพื้นที่ชั้นใน ซึ่งจากการศึกษาของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ สกว.พบว่า พื้นที่เศรษฐกิจบริเวณถนนรองหรือในซอยขนาดใหญ่ของกรุงเทพมหานครปัจจุบันเป็นที่ตั้งของแหล่งงานสำคัญของประชาชน ซึ่งนับเป็นจุดหมายและจุดกำเนิดการเดินทาง
         โดยพื้นที่ดังกล่าวนี้ ส่วนใหญ่ขาดแคลนระบบฟีดเดอร์ ที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายรถไฟฟ้า ประชาชนจึงยังจำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในการเดินทาง ประกอบกับกรุงเทพมหานคร ผู้รับผิดชอบยังมีความพยายามพัฒนาระบบรถไฟฟ้าแข่งขัน กับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) แต่ด้วยศักยภาพ โครงสร้างด้านเงินลงทุนที่สูงมากของแต่ละโครงการ อีกทั้งกทม.ยังต้องการใช้งบประมาณด้านอื่นๆอีกจำนวนมาก จึงส่งผลให้หลายโครงการมีความล่าช้า ไม่สามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาจราจรให้ทุเลาเบาบางลงไปได้

เคทีดึงบีทีเอสและ RTC ร่วมลงทุน

        ล่าสุดนั้นบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด หรือ เคที วิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร ได้มีแนวคิดร่วมลงทุนรูปแบบพีพีพี กับกลุ่มบีทีเอสที่พร้อมสนับสนุนเงินลงทุน และให้บริษัท รีเจียนนอลทรานซิท โคเปอร์เรชั่น จำกัด หรือ (RTC) เป็นผู้รับดำเนินการระบบฟีดเดอร์ โดยให้เคทีเป็นผู้บริหารจัดการโครงการดังกล่าวในนามของกรุงเทพมหานคร โดยเร่งผลักดันโครงการฟีดเดอร์รูปแบบ รถไฟฟ้ารางเบาในโซนพื้นที่เศรษฐกิจใจกลางเมือง เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรได้อย่างยั่งยืน
        นอกเหนือจากเคทีได้รับมอบหมาย ให้เร่งผลักดันโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทา ช่วงวัชรพล-ทองหล่อ เส้นทาง LRT (บางนา-สนามบินสุวรรณภูมิ) และอีกหลายเส้นทางในเบื้องต้นนั้นแล้ว เคทียังมีความพยายามพัฒนาระบบฟีดเดอร์ในโซนเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพมหานคร(กทม.) อีกหลายเส้นทางและหลายพื้นที่ โดยเฉพาะโซนมักกะสัน ประตูน้ำ ราชประสงค์ ราชดำริ พระรามสี่ สีลม ดินแดง ปทุมวัน อโศก พระราม 9 ที่มีโครงข่ายรถไฟฟ้าเปิดให้บริการแล้ว เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางด้วยรถไฟฟ้ารางเบา(แทรม) ให้ประชาชนสามารถใช้บริการไปสู่ระบบหลักอย่างรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้า MRT รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์ และเรือโดยสารได้อย่างสะดวก สบาย รวดเร็ว ยิ่งขึ้น

ใช้ 6 เส้นทางนำร่องพัฒนาฟีดเดอร์

        เบื้องต้นนั้น ได้กำหนดการพัฒนาระบบฟีดเดอร์ไว้จำนวน 6 เส้นทาง(ตามภาพกราฟฟิกประกอบ) ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่เส้นทางสำคัญ อาทิ ถนนราชดำริ ถนนราชปรารภ ถนนดินแดง ถนนพระราม9 ถนนอโศกมนตรี ถนนพระราม 4 ถนนสุขุมวิท ถนนวิทยุ ถนนเพชรบุรี บางเส้นทางใช้ระยะทางสั้นๆ และบางเส้นทางครอบคลุมพื้นที่กว้าง และมีบางช่วงจะซ้ำซ้อนกัน แต่จะใช้เลนเฉพาะร่วมกันได้อย่างกลมกลืนซึ่งเป็นเส้นทางเดินรถเมล์โดยสารขสมก.ในปัจจุบันนั่นเอง ส่วนรถเมล์โดยสารจะนำไปใช้งานอะไรต่อไปนั่น ยังสามารถเป็นระบบฟีดเดอร์ให้กับรถไฟฟ้าในจุดอื่นด้านนอกเมืองได้ต่อไป
แม้ว่าปัจจุบันกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะมีความพยายามนำรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เข้าไปให้บริการในหลายเส้นทาง แต่นั่นยังไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหา ที่ได้รับผลลัพธ์ตามที่หลายฝ่ายต้องการเนื่องจากมีการใช้เลนบนถนนจอดรถกีดขวางการจราจร
        ดังนั้นหากมีระบบรถไฟฟ้ารางเบาเข้าไปให้บริการแทนรถขสมก. ด้วยการใช้เลนด้านติดกับทางเท้าเป็นเลนโดยเฉพาะก็จะสามารถแก้ไขปัญหาไม่ให้มีรถจอดกีดขวางอีกต่อไป ส่วนจะใช้ระบบรถไฟฟ้าระดับบนหลังคา หรือระบบรถแทรมไฟฟ้าเข้าไปให้บริการจะต้องมีการศึกษารูปแบบที่เหมาะสม ศึกษาศักยภาพและกายภาพของแต่ละพื้นที่ แต่ละเส้นทางกันต่อไป
       นี่เป็นอีกมิติหนึ่งของการร่วมลงทุนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างกทม. ที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณแต่กลับเป็นหน่วยที่รับภาระอย่างยิ่งใหญ่ ได้หาทางออกด้านการลงทุนเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดที่แต่ละปีได้รับงบประมาณสนับสนุนไม่ถึงแสนล้านบาท แต่ปมปัญหากลับวิ่งไปข้างหน้ารอรับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว
        อีกทั้งหาก กทม.สามารถพัฒนาระบบฟีดเดอร์ในโซนพื้นที่เศรษฐกิจ นำร่องได้สำเร็จด้วยรูปแบบการร่วมลงทุนภาครัฐกับเอกชนของกทม.โดยเคที ร่วมกับบีทีเอส และ RTC ได้รวดเร็วและใช้งานได้สำเร็จ แก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน หลังจากนั้นจึงค่อยพัฒนาไปสู่พื้นที่อื่นๆให้สอดคล้องกันต่อไป
เกรงว่าแนวทางนี้อาจจะไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหารถติดที่ดีนัก ซึ่งก่อนนี้ กทม.ก็ล้มเหลวมาแล้วกับโครงการรถเมล์ บีอาร์ที เป็นการละลายงบประมาณที่ไม่คุ้มภาษีเอาเสียเลย !!!
         คงต้องมีลุ้นกันว่าท้ายที่สุดแล้วผู้บริหารกทม. และรัฐบาลจะสนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหานี้หรือไม่ อย่างไร “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ หรือไม่ อย่างไร หรือจะปล่อยให้ปัญหาจราจรเรื้อรังต่อไปในรัฐบาลหน้า ก็คงติดตามกัน เพราะวันนี้กทม.มีทางออกนำเสนอรัฐบาลแล้วว่าจะแก้ไขปัญหาผลกระทบด้านการจราจรอย่างไร ได้เอกชนมาร่วมสนับสนุนเงินลงทุนเรียบร้อยแล้ว อยู่ที่รัฐจะพิจารณาสัดส่วนและความรับผิดชอบร่วมกันเท่านั้นเอง

คมนาคมผุดแนวคิดแก้จราจร กำหนดแผนดำเนินการ 2 ระยะ

 

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) 
เปิดเผยถึงแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาการจราจรบนถนนที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้แก่ แนวเส้นทางก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม รถไฟฟ้าสายสีเหลือง และรถไฟฟ้าสายสีชมพู เพื่อลดปริมาณการจราจรที่ผ่านพื้นที่ที่มีการก่อสร้างดังกล่าว รวมทั้งกำหนดมาตรการช่วยเหลือการเดินทางของประชาชนที่จำเป็นต้องสัญจรด้วยระบบขนส่งสาธารณะ โดยกำหนดแผนการดำเนินงานดังนี้

แผนระยะสั้น โดยการ

1. ปรับ/เพิ่มเส้นทางเดินรถโดยสารสาธารณะของ ขสมก. ให้ใช้เส้นทางทางด่วน / ทางยกระดับ
เพื่อหลีกเลี่ยงถนนที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้า เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนที่ต้องการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางเดิมในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า – เย็น ดังนี้
●     ปรับเพิ่มบริการรถโดยสารสาย 168 โดยใช้มอเตอร์เวย์สาย 7 และสาย 9 เพื่อหลีกเลี่ยงถนนรามคำแหงที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม
●    ปรับเพิ่มบริการรถโดยสารสาย 145 โดยใช้ทางพิเศษสายฉลองรัช เพื่อหลีกเลี่ยงถนนลาดพร้าวที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง
●    ปรับเพิ่มบริการรถโดยสารสาย 32 โดยใช้ทางพิเศษศรีรัช เพื่อหลีกเลี่ยงถนนติวานนท์ที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู
●    เพิ่มความถี่การเดินรถโดยสารสาย 166 และ 26
2. จัดรถโดยสารพิเศษ (Shuttle Bus) ในแนวก้างปลาจากถนนที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าเชื่อมกับสถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด เช่น จากถนนรามคำแหง ไปสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ลาดกระบัง สถานีบ้านทับช้าง จากสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน เชื่อมกับสถานีรถไฟหัวหมาก และจากสถานีศูนย์วัฒนธรรมเชื่อมกับวัดเทพลีลา เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ และช่วยลดปริมาณการจราจรบนถนนที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้า
3. เพิ่มเรือโดยสารด่วนพิเศษในคลองแสนแสบ โดยจอดเฉพาะท่าเรือที่เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้า 
เช่น ท่าเรืออโศก ท่าเรือ มศว. ประสานมิตร เป็นต้น เพื่อลดระยะเวลาเดินทาง และเป็นทางเลือกให้กับประชาชน
 แผนระยะต่อไป ดังนี้
1. ก่อสร้างตัดถนนที่เป็นทางตัน เช่น ถนนซอยรามคำแหง 118 เพื่อเชื่อมต่อกับกับถนนศรีนครินทร์
-ร่มเกล้า เป็นต้น
2. ขยายเส้นทางบริการเรือโดยสารในคลองแสนแสบ และเส้นทางเดินเรือในคลองอื่นๆ



ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ
http://www.bkkcitismart.com/news 

ติดตามข่าวสาร บ้าน คอนโค ที่ดิน อสังหาฯ เเละอัพเดท ราคาบ้าน ราคาคอนโด เพื่อให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายเห็นภาพที่แท้จริงของตลาด และตัดสินใจได้ถูกต้อง ก่อนใครที่ ZmyHome
 

COPYRIGHT © 2015-2019 , Z Home, LTD ALL RIGHTS RESERVED