จะขายดาวน์หรือจะเก็บดี?

จะขายดาวน์หรือจะเก็บดี?

ปลายปี 2558 นี้ คนที่ซื้อคอนโดเอาไว้เก็งกำไร เมื่อ 2-3 ปีที่แล้วต้องเริ่มโอนห้อง แต่หลายๆ คนเจอว่าถ้าขายตอนนี้ก็ต้องขายขาดทุน เลยตัดสินใจไม่ถูกว่าจะถือต่อหรือจะยอมขายขาดทุนดี ที่สำคัญกลัวว่าถือไว้ราคาจะตกต่อ แต่ก็เสียดายถ้าอนาคตราคาอาจเพิ่มขึ้น (เพราะทำเลน่าสนใจ) ZmyHome มีหลักในการตัดสินใจ 2 ข้อ แต่บอกก่อนเลยว่าคุณต้องทำการบ้านเองด้วยนะ เพราะสิ่งที่คุณกำลังจะทำ คือการคาดการณ์อนาคต ซึ่งมันไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไป

1. ดูศักยภาพของทรัพย์สิน (ว่าราคาจะเพิ่มขึ้นหรือไม่)
อสังหาริมทรัพย์โดยปกติแล้วเป็นทรัพย์สินที่ดี เพราะมีโอกาสที่มูลค่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต ดังนั้นสิ่งที่เจ้าของส่วนใหญ่อยากรู้ก็คือ คอนโดนั้น มีโอกาสที่ราคาจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ โดยเราต้องประเมินให้ได้ว่า ”โครงการจะมีคนต้องการมาอยู่เพิ่มขึ้นมากๆ หรือเปล่า” โดยเราสามารถดูจาก เดินไปรถไฟฟ้าได้ ใกล้แหล่งออฟฟิศที่มีคนทํางานเยอะๆ ใกล้มหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนดังๆ ไปห้างสรรพสินค้าสะดวก โครงการมีคุณภาพดี และห้องที่ซื้อไว้ก็มีพื้นที่ใช้สอยดี น่าอยู่ เป็นต้น เพราะความต้องการที่มากขึ้น จะทําให้ราคาคอนโดของเราเพิ่มขึ้นนั่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากทําเลนั้น “ที่ดินพัฒนาโครงการใหม่เริ่มหายาก”

นอกจากทําเล และตัวคอนโดแล้ว สิ่งที่ต้องดูต่อมาคือ “ราคาที่ซื้อมาแพงหรือไม่” เพราะถ้าซื้อมาแพงแล้ว โอกาสที่ราคาจะเพิ่มขึ้น (ในระยะสั้น) ก็อาจจะน้อยลง

ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมจากโครงการเสร็จแล้วใกล้เคียงกัน โดยเปรียบเทียบทําเล จํานวนคนอยู่อาศัย และราคาว่าถูกหรือแพงกว่าของเรา ถ้าโครงการรอบๆ อยู่ในทําเลที่ด้อยกว่า เช่น เดินไปรถไฟฟ้าไกลกว่า อยู่บนถนนสายรอง หรือสภาพแวดล้อมไม่ดี แต่ราคาปัจจุบันสูงกว่าเรา โครงการของเราก็มีโอกาสที่ราคาจะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต (อย่าลืมศึกษาตลาดจาก www.zmyhome.com) แต่ถ้าคอนโดเราแพงกว่า โดยที่ไม่มีเหตุผลที่เหมาะสม ก็ให้ระวังว่าราคาอาจจะลดลงในอนาคต หรืออาจจะเพิ่มขึ้นช้า

นอกจากการเพิ่มขึ้นของราคาแล้ว ค่าเช่าก็เป็นผลตอบแทนอีกด้านนึงของเจ้าของ เนื่องจากคอนโดมิเนียม เป็นทรัพย์สินที่อยู่ในทําเลที่ดินมีความต้องการสูง ซึ่งเจ้าของควรสํารวจตลาดด้วยว่า เราน่าจะปล่อยเช่าได้หรือไม่ เพราะค่าเช่าช่วยลดภาระในการผ่อนได้ และถ้า “โครงการมีตลาดเช่ารองรับ” ก็อาจช่วยให้ราคาเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต เพราะจะมีห้องที่ถูกบีบให้ปล่อยออกมาในตลาดน้อยลง

2. ดูสภาพคล่องของเรา
หลังจากพิจารณาศักยภาพของทรัพย์สินแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สําคัญมากๆ ที่จะต้องพิจารณา คือ “สภาพคล่อง” หรือ “ความสามารถในการผ่อน” ของเรา บางคนอาจจะคิดว่า ถึงแม้ตัวเองจะไม่พร้อม แต่ถ้ามีคนเช่า ก็สามารถลดภาระได้ อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์หลายๆ ครั้งที่เคยเจอ เจ้าของห้องมักไม่รู้ตลาดเช่าเลยก่อนตัดสินใจซื้อ หรือแม้กระทั่งโอนคอนโดมาแล้ว โดยส่วนใหญ่มักคิดว่าซื้อคอนโดแพงๆ เดี๋ยวก็มีต่างชาติมาเช่า แต่เอาจริงๆ เจ้าตัวก็ไม่เคยรู้เลยว่า ชาวต่างชาติที่ว่าต้องการทําเลแบบไหน พฤติกรรมการเช่าเป็นยังไง มีงบประมาณ เท่าไหร่ และห้องของเราจะปล่อยเช่าได้เท่าไหร่

ดังนั้น ถ้าคุณมีรายจ่ายรายเดือนแน่นอยู่แล้ว คุณควรหาข้อมูลเกี่ยวกับตลาดเช่าก่อนรับโอนห้องให้ดี เพราะถ้าคุณไม่พร้อม แต่โชคดีได้เงินกู้มา คุณอาจจะต้องปวดหัวภายหลัง เพราะคุณจะมีทั้งภาระดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ตามมาอีกมากมาย (เช่น ค่าโอน ค่าส่วนกลาง ค่าตกแต่งห้อง ฯลฯ) ซึ่งอาจจะทำให้คุณเจ็บปวดมากกว่าการยอมขายขาดทุน หรือทิ้งดาวน์


จากใจ
ZmyHome
ฝากกดแชร์เป็นกำลังใจให้ด้วยครับ
 

COPYRIGHT © 2015-2019 , Z Home, LTD ALL RIGHTS RESERVED