กรุงไทยมอง'บ้านแฝด'มาแรง 3 ปีโอนโต 30%

กรุงไทยมอง'บ้านแฝด'มาแรง 3 ปีโอนโต 30%

          กรุงไทยประเมิน บ้านแฝดทางเลือกใหม่ที่อยู่อาศัย เผย 3 ปีที่ผ่านมา มูลค่าโอนกรรมสิทธิ์โต 30% และ 5 เดือนแรกปีนี้ โตต่อเนื่องที่ 9% คาดปี 2562-2563 จะมียูนิตเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล 6,500-7,500 โตเฉลี่ยปีละ 18% โดยบ้านราคา 3-5 ล้านบาท มียูนิตพร้อมขายมากที่สุด

          นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส สำนักวิจัย Krungthai Compass ธนาคารกรุงไทยเปิดเผยว่า หลังเกณฑ์ควบคุมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) มีผลบังคับใช้เมื่อ 1 เมษายนที่ผ่านมา มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯและปริมณฑลช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมติดลบ 16% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน โดยตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบติดลบน้อยกว่าแนวสูงหรือคอนโดมิเนียม เนื่องจากส่วนใหญ่ซื้อเพื่ออยู่จริง ไม่ได้ปล่อยเช่าหรือเก็งกำไร

          อย่างไรก็ตามประเมินว่า ปีนี้ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯและปริมณฑลจะมีมูลค่า 5.1 แสนล้านบาท หดตัว 10% โดยที่อยู่อาศัยแนวราบหดตัว 4% ขณะที่คอนโดมิเนียมมีโอกาสติดลบ 20% และพบว่า บ้านแฝดหรือบ้านที่อยู่อาศัยกึ่งกลางระหว่างบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ มีส่วนช่วยพยุงตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ โดยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาได้รับความนิยมมากขึ้น มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เติบโต 30% ขณะที่ทาวเฮ้าส์ขยายตัว 7% บ้านเดี่ยวและตึกแถวอยู่ในภาวะหดตัว

          “ช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมา การโอนกรรมสิทธิ์บ้านแฝดเติบโตต่อเนื่องที่ 9% สูงกว่าตลาดที่อยู่อาศัยโดยรวมราว 2 เท่าด้วย 4 จุดเด่นคือ ฟังก์ชั่นการใช้งานและความเป็นส่วนตัวไม่ต่างจากบ้านเดี่ยว แต่ราคาถูกกว่าถึง 30% เมื่อเทียบกับคอนโดมิเนียมขนาดครอบครัว บ้านแฝดมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าและใช้เงินดาวน์น้อยกว่า และยังอยู่ในทำเลที่ไม่ไกลจากแนวรถไฟฟ้าในอนาคต ตอบโจทย์ความสะดวกสบายในการเดินทาง อีกทั้งบ้านแฝดมีตัวเลือกที่มากขึ้นและคุณภาพที่ดีขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่หันมาพัฒนาบ้านแฝดมากขึ้น และคาดว่าปี 2562-2563 จะมียูนิตเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลประมาณ 6,500-7,500 ยูนิต หรือขยายตัวเฉลี่ยปีละ 18%”

          นายกณิศ อ่ำสกุล นักวิเคราะห์ ผู้ร่วมทำงานวิจัยกล่าวว่า บ้านแฝดราคา 3-5 ล้านบาท มียูนิตพร้อมขายมากที่สุด โดยมีจำนวนพร้อมขายถึง 12,000 ยูนิต คิดเป็น 60% ขณะที่ราคา 2-3 ล้านบาท มีสัดส่วน 20% และราคา 5-10 ล้านบาท มีสัดส่วน 14% ซึ่งการเลือกซื้อบ้านแฝดควรเลือกที่อยู่ในพื้นที่ที่มีแนวโน้มจะเป็นพื้นที่ศักยภาพ ที่ราคาขายต่อของบ้านในอนาคตจะไม่ถูกกดดันจากการให้ส่วนลดหรือการจัด Marketing Campaign เพื่อระบายสต๊อก ซึ่งสะท้อนจากการมียูนิตเหลือขายต่ำและใช้ระยะเวลาค่อนข้างสั้นในการขายหมด

          10 ทำเลโดดเด่นเหนือพื้นที่อื่นสำหรับการซื้อบ้านแฝด แบ่งตามราคาคือ
  • ราคา 2-3 ล้านบาท มี 2 ทำเลคือ พื้นที่พระราม 2-เพชรเกษม ย่านเอกชัย-บางบอน และพื้นที่มีนบุรี-สุวินทวงศ์ ย่านนิมิตรใหม่
  • ราคา 3-5 ล้านบาท มี 4 ทำเลคือ พื้นที่ติวานนท์ ย่านติวานนท์-นวลฉวี, พื้นที่มีนบุรี-สุวินทวงศ์ ย่านหทัยราษฎร์ และหนองจอก, พื้นที่พระราม 2-เพชรเกษม ย่านวงแหวน-เพชรเกษม และพระราม 2 กม.1-10 และพื้นที่กรุงเทพฯตะวันออก ย่านลาดกระบัง
  • ราคา 5-10 ล้านบาท มี 4 ทำเลได้แก่ พื้นที่รังสิต-ปทุมธานี ย่านคลอง 1-7, พื้นที่รัชดา-ลาดพร้าว ย่านโชคชัย 4, พื้นที่พระราม 2-เพชรเกษม ย่านวงแหวน-เพชรเกษม และพื้นที่ติวานนท์ ย่านสรงประภา


ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์
 

COPYRIGHT © 2015-2019 , Z Home, LTD ALL RIGHTS RESERVED