ดาดฟ้าตัน! ปัญหาและวิธีสังเกตง่าย ๆ

ดาดฟ้าตัน! ปัญหาและวิธีสังเกตง่าย ๆ

          ก่อนจะก้าวเข้าสู่หน้าฝนเต็มตัว ก็ได้เวลาตรวจเช็คสภาพบ้านว่าจะผ่านหน้าฝนไปได้อีกนานเท่าใด ปัญหาหน้าฝนมักเกี่ยวกับน้ำ นอกจากน้ำรั่วน้ำซึม ก็ยังมีน้ำขัง น้ำขังในที่ที่เราเห็นยังดี เพราะเราย่อมคิดแก้ปัญหาต่อไปทันที แต่น้ำขังในที่ที่เราไม่เห็นนี่สิ มีผลกระทบต่อเนื่องมากมาย

          หนึ่งในสถานที่ที่เราไม่ค่อยรู้ว่าน้ำขังอยู่หรือไม่ก็คือ ดาดฟ้า หรือหลังคาคอนกรีต (เพราะไม่ค่อยได้ขึ้นไปตรวจสอบ หรือบางทีก็ปีนขึ้นไปได้ยาก) แม้ดาดฟ้าหรือหลังคาคอนกรีตถูกออกแบบมาให้รับน้ำได้โดยตรง ไม่รั่วไม่ซึมในช่วงฝนตก แต่ดาดฟ้าก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาเป็นสระว่ายน้ำที่รับน้ำได้ยาวนาน ถ้าอย่างนั้นน้ำที่ขังนาน ๆ จะก่อให้เกิดปัญหาอะไรบ้าง

          น้ำขังข้ามอาทิตย์ข้ามเดือนที่พื้นคอนกรีต มักจะตามมาด้วยปัญหา เหล็กเส้นในพื้นเป็นสนิม เพราะน้ำค่อย ๆ ซึมผ่านผิวคอนกรีต ไปทำปฏิกิริยากับเหล็กเส้นที่อยู่ด้านใน ในกรณีนี้ถ้าเนื้อเหล็กอยู่ห่างจากผิวคอนกรีตไม่มาก เมื่อเกิดสนิมขึ้นผิวเหล็กจะขยายตัว เบียดผิวคอนกรีตให้ปริแตกหล่นลงมา จนเห็นเหล็กขึ้นสนิมอยู่ชัดเจน หากปล่อยทิ้งไว้ ความแข็งแรงของพื้นย่อมลดลง

          ต่อมาคือเรื่อง เครื่องจักรเครื่องยนต์และอุปกรณ์ที่มักจะติดตั้งอยู่บนดาดฟ้า ไม่ว่าเครื่องคอยล์ร้อนของเครื่องปรับอากาศ หรือแท้งค์น้ำ ปั๊มน้ำ ซึ่งมักทนน้ำได้ ไว้กลางแจ้งได้ แต่ก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้น้ำขังเช่นกัน หากระดับน้ำท่วมถึงฐาน ฐานจะขึ้นสนิม หากท่วมถึงเครื่อง ก็มีโอกาสทั้งช็อตทั้งพัง

          ทีนี้ดาดฟ้าหรือหลังคามีน้ำขัง แล้วเราจะสังเกตเบื้องต้นแบบเร็ว ๆ บ้าน ๆ ได้อย่างไร???

          ปกติดาดฟ้าหรือหลังคาจะมีการระบายน้ำอยู่สองทาง ทางแรกคือ รูระบายน้ำที่พื้น หากทำงานปกติ น้ำก็จะไหลลงรูระบายน้ำที่พื้นสู่ท่อด้านล่าง แต่เนื่องจากสภาพอากาศบ้านเรามีฝุ่นมีความชื้นมาก เมื่อฝุ่นในหน้าร้อน ผ่านความชื้นในหน้าฝนอย่างยาวนาน คราบฝุ่นต่าง ๆ จะวิวัฒนาการเป็นแผ่นตะไคร่เขียว อุดตันรูระบายน้ำได้ง่าย ถ้ารวมกับบริเวณแถวนั้นมีเศษใบไม้ปลิวไปมาก็บอกได้เลยว่า รูระบายน้ำที่พื้นนี้ตันได้ง่ายมาก... เป็นอันว่าด่านแรกเสร็จกัน

          ดาดฟ้ายังมีปราการด่านที่สอง นั่นก็คือ ท่อน้ำล้น ท่อน้ำล้นนี้มักเจาะออกด้านข้างผนัง ในกรณีที่รูระบายน้ำที่พื้นตัน ท่อน้ำล้นก็จะช่วยทำงานแทน...แต่ท่อน้ำล้นก็ตันได้เช่นกัน คราบฝุ่นคราบตะไคร่นี่แหละครับ ถ้ามีจำนวนมากพอก็อุดท่อน้ำล้นได้แล้ว (แม้จะยากหน่อย) นอกนั้นยังมีพวกเศษขยะมากมายที่ช่างชุ่ยทั้งหลายทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าตอนทำงานเสร็จ เช่นจากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียน เคยเจอฝากระป๋องกาวประสานท่อน้ำ PVC เข้าไปอุดตรงท่อระบายน้ำล้นในท่วงท่าประหนึ่งเกิดมาซึ่งกันและกัน (บางทีก็มีเศษลูกโป่งเปิดงาน หรือกางเกงในคอนโดข้าง ๆ ก็มี) ความบังเอิญอันไม่ควรจะเป็นเหล่านี้ ทำให้ท่อน้ำล้นตันได้ทั้งสิ้น

          ทีนี้เราจะสังเกตง่าย ๆ กันได้อย่างไร??

          เรื่องของเรื่องคือ ถ้าดาดฟ้าเรามีท่อน้ำล้นที่เราเห็นทางน้ำออกได้ ถ้าหากฝนตกทิ้งช่วงไปยาวนานพอสมควร เช่น 2-3 ชั่วโมง แล้วเรายังเห็นน้ำไหลอ่อย ๆ หรือหยดติ๋ง ๆ ออกจากท่อน้ำล้นมาตลอด 90% เชื่อได้ว่าน่าจะมีน้ำขังอยู่บนดาดฟ้าของท่าน (อีก 10% อาจจะเป็นกรณีที่ว่าท่อน้ำที่อยู่บนดาดฟ้าแตก หรือมีท่อระบายน้ำแอร์ระบายน้ำลงมา) เพราะโดยส่วนใหญ่ที่ท่อระบายน้ำล้นถูกอุดตัน มักจะไม่ตันจนขังน้ำได้โดยสมบูรณ์ มักต้องมีเล็ดลอดมาเป็นหยดเป็นสายเล็ก ๆ บ้าง คือก็ระบายได้บ้าง แต่ช้าหน่อยหรือช้ามากเท่านั้น (ส่วนถ้าสิ่งสกปรกบนดาดฟ้าสามารถอุดตันน้ำได้ร้อยเปอร์เซ็นต์จนไม่มีน้ำหยดลงมาซักแหมะ แสดงว่าสิ่งอุดตันนั้นสมบูรณ์แบบมาก สมควรนำมาเป็นสารกันน้ำรั่วซึม 555)

          วิธีสังเกตนี้ ทำให้เราไม่ต้องปีนขึ้นไปตรวจสอบ แต่ก็พอรู้ได้ว่ามีน้ำขังอยู่หรือไม่ แล้วแก้ไขให้ทันท่วงที

          ความรู้คือพลัง แต่ความรู้ที่มาพร้อมความช่างสังเกตนั้น คือการประหยัดพลังงาน (ไม่ต้องปีนขึ้นไปดู) ครับ



จากใจ
ZmyHome
ฝากกดแชร์เป็นกำลังใจด้วยนะครับ
 

COPYRIGHT © 2015-2019 , Z Home, LTD ALL RIGHTS RESERVED