'ธนาแลนด์'พลิกแผนรับมืออสังหาฯทรุด

'ธนาแลนด์'พลิกแผนรับมืออสังหาฯทรุด

          ธนาแลนด์ รับปีนี้ยอดขายส่อแววต่ำเป้า หลังมาตรการแอลทีวีกระทบยอดโอน เผยแผนปีหน้าพลิกเกมรับมือตลาดชะลอตัวผุดโลว์ไรส์ เลี่ยงปะทะคู่แข่งรายใหญ่

          นายโกวิทย์ สุวาณิชย์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาแลนด์ จำกัด ประเมินว่า ยอดขายรวมในปีนี้น่าจะเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายและน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบรอบด้านทั้งสภาพเศรษฐกิจ กำลังซื้อ สถานการณ์การเมือง และมาตรการควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย (แอลทีวี) ของธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้ยอดโอนโครงการ แอสโทเรีย ปิ่นเกล้า ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียม สูง 23 ชั้น จำนวน 500 ยูนิต บน ถ.จรัญสนิทวงศ์ 44-46 ที่อยู่ติดแนวรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน ไม่เป็นไปตามเป้าหมายทั้งที่ยอดขายสูง 90% เหลือ 10% หรือประมาณ 50 ยูนิตที่ลูกค้าติดปัญหากู้ไม่ผ่าน ประกอบกับสถานการณ์หลังจากเลือกตั้งไม่คึกคักเท่าที่ควร ตลาดอสังหาฯชะลอตัวส่งผลให้บริษัทจำเป็นต้องเลื่อนโครงการคอนโดโลว์ไรส์ในเมือง 8 ชั้น จำนวน 150 ยูนิต มูลค่า 450 ล้านบาท ย่านนราธิวาสฯ จากกลางปีมาเป็น ไตรมาส 4 ปีนี้ ส่งผลให้ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา คาดว่าสิ้นปีนี้ผลประกอบการอยู่ที่ 550 ล้านบาท

          นายโกวิทย์ ยังกล่าวว่า แนวโน้มตลาดอสังหาฯในปี 2563 คาดว่าจะชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทปรับแผนการดำเนินธุรกิจด้วยการพัฒนาโครงการคอนโดโลว์ไรส์ที่มีความสูงไม่เกิน 8 ชั้น ในพื้นที่กลางใจเมืองตามย่านชุมชนที่มีออฟฟิศ สำนักงาน โรงเรียน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นโครงการขนาดใหญ่ มีพื้นที่ 1 ไร่ พอที่จะทำโครงการขนาดเล็ก ทำให้สามารถก่อสร้างเสร็จเร็ว และคืนทุนเร็วกว่าการทำคอนโดไฮไรส์ ที่สำคัญไม่มีคู่แข่ง เพราะผู้ประกอบการรายใหญ่ ไม่นิยมลงทุนทำเพราะไม่คุ้มค่าใช้จ่าย เนื่องจากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีเท่ากับผู้ประกอบการรายกลางและเล็ก จึงเป็นจุดแข็งที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

          "สไตล์การทำงานของธนาแลนด์ จะไม่รีบร้อน หากไม่พร้อมหรือสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย สามารถชะลอโครงการออกไปได้ เพราะไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ที่ต้องเปิดโครงการเพื่อให้หุ้นไปต่อได้ และจะไม่แบ่งเกรดคอนโดตาม แบรนด์เหมือนบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากมองว่าเกรดขึ้นอยู่กับทำเล จึงนำหน้าชื่อโครงการด้วย "ธนา" และตามด้วยคอนเซ็ปต์การออกแบบของโครงการในทำเลนั้น ๆ ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย ในราคาที่สามารถแข่งขันได้"

          ส่วนของทิศทางการดำเนินธุรกิจจะเน้นการพัฒนา 1.โครงการสำหรับที่อยู่อาศัยเป็นหลักทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพื่อขาย หลัก ๆ จะเป็นคอนโดมิเนียม หากเลือกได้ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีเลือกทำขนาดโครงการเล็กลงเพื่อให้เสร็จเร็วและจบโครงการได้เร็ว ซึ่งต้องทำการบ้านเยอะขึ้น ส่วนโครงการแนวราบยังคงชะลอไปก่อน เพราะแข่งกับรายใหญ่ที่ลงทุนกว้านซื้อที่ทำที่ละเฟส สามารถคุมต้นทุนได้ดีกว่าทำให้แข่งขันยาก และ 2.การพัฒนาโครงการเพื่อการเช่า เพื่อให้มีกระแสเงินเข้ามายังบริษัทฯ ต่อเนื่องทุกเดือน โดยมาจากรีโนเวท "ธนา อาทีเรีย" จำนวน 70 ห้อง ซึ่งอพาร์ทเม้นท์ให้เช่ารายเดือน ตรงสถานีรถไฟฟ้าบางยี่ขัน สำหรับคนที่ไม่อยากซื้อคอนโด เพราะมีบ้านอยู่แล้ว หรือมาทำงานย่านนี้ชั่วคราว


ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์
 

COPYRIGHT © 2015-2019 , Z Home, LTD ALL RIGHTS RESERVED