ไอเดียของแต่งบ้านสำหรับสาวๆ ไทยแลนด์ 4.0

ไอเดียของแต่งบ้านสำหรับสาวๆ ไทยแลนด์ 4.0


กระดานข้อความ
ภายในห้อง หรือภายในบ้าน ควรเลือกผนังสักด้านจัดตกแต่งเป็นกระดานข้อความ อาจเลือกเก๋ๆ ให้เป็นกระดานดำที่ใช้ชอล์กเขียน หรือกระดานแม่เหล็ก แต่ถ้าใครไม่อยากซื้อให้เปลือง ลองไปเลือกกระดาษสีสวยๆ ลายเก๋ๆ แผ่นเล็กแผ่นใหญ่มาปะติดเข้ากับผนัง ใช้สำหรับแปะข้อความจำเป็นต่างๆ เช่น บิลค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าบัตรเครดิต ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าส่วนกลาง หรือจะส่งข้อความถึงคนในบ้านไว้กันลืม ที่สำคัญที่สุดคือ เบอร์โทรศัพท์ห้างร้านต่างๆ ที่สำคัญ แปะไว้เอาไว้ตัวใหญ่ๆ เมื่อเกิดเหตุขึ้นมาจะได้ไม่ลืม เช่น เบอร์โทรศัพท์ร้านแก๊ส เบอร์ช่างไฟ ช่างประปา เบอร์ผู้จัดการนิติฯ คอนโด อ้อ!!! อันนี้สำคัญมาก 1669 สายด่วนแจ้งผู้ป่วยฉุกเฉิน แปะไว้ตัวโตๆ อย่างพึ่งแต่สมาร์ทโฟนเพราะบางครั้งอาจหยิบสมาร์ทโฟนไม่ทันใจก็ได้

กล่องเก็บความ (ไม่) ลับ
บรรดาสาวๆ ข้าวของจะเยอะมากถึงมากที่สุด เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย จึงมักเก็บของที่ใช้น้อยถึงน้อยที่สุดลงกล่อง ทำให้การย้ายห้อง ย้ายบ้านแต่ละที สาวๆ มีกล่องเล็ก กล่องใหญ่ เยอะแยะเต็มไปหมด บางครั้งเปิดออกมาถึงกับจำไม่ได้ว่าเราเคยมีของชิ้นนี้ด้วยเหรอเนี่ย เคล็ดลับในการแต่งบ้านให้สวยและเป็นระเบียบคือ ใช้กล่องในการเก็บของเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเปลี่ยนให้เป็นกล่องใส เพื่อจะได้เห็นข้าวของภายใน หรือใครที่เสียดายไม่อยากโละกล่องเก่าขอแนะนำให้หากระดาษมาแปะด้านข้างหรือด้านหน้าของกล่องแล้วเขียนสิ่งที่อยู่ภายใน ว่ามีอะไรบ้าง อาจจัดวางกล่องลงลิ้นชัก หรือชั้นวางเพื่อให้หยิบง่ายและเห็นได้ชัด จะช่วยให้เราตัดสินใจทิ้งของไร้ประโยชน์ได้ดีขึ้น

ราวแขวนผ้าแทนตู้
ตอนนี้กระแสแต่งห้องสไตล์มินิมอลกำลังมาแรง ลองเปลี่ยนตู้เสื้อผ้าหน้าตาแบบเดิมๆ มาเป็นราวแขวนผ้าเก๋ๆ สักอัน ที่นอกจากไม่ยุ่งยากในการจัดเก็บเสื้อผ้าแล้ว ข้อดีประการสำคัญคือ เห็นได้ชัดว่าหากเสื้อผ้าเรามีเยอะจนเกินไปแทบจะล้นราว แทนที่จะซื้อราวใหม่ขยายเฟส ก็ลดจำนวนเสื้อผ้าลงไป เห็นกันจะจะชัดเจนว่าตัวไหนเป็นตัวโปรดใส่บ่อย หรือตัวไหนสามปีแล้วใส่แค่ครั้งเดียว ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า แถมบ้านไม่รก เหมาะกับสาวๆ ยุคใหม่ชิคๆ คูลๆ สุดอ่ะ

แสงไฟสร้างบรรยากาศ
เห็นตามหนังสือแต่งบ้าน ในรายการทีวี โอ้ยย!!! ทำไมบ้านเขาสวยจัง ใช้แสงอะไรนะ พอมาเปลี่ยนเป็นบ้านตัวเองทำไมมันเหลืองอ๋อย มืดทึมซะขนาดนี้ นั่นก็เพราะแสงไฟที่ขายอยู่ทั่วๆ ไปมีให้เลือกมากมายแต่สามารถแบ่งคร่าวๆ ง่ายๆ ได้ 3 แบบคือ Day light, Cool white, Warm white ซึ่งแต่ละเฉดไฟก็เหมาะกับห้องในบ้านที่ต่างกัน

แสงแรกสุดคือ Day light อันนี้คือแสงขาวราวกลางวัน แสงออกจะแข็งๆ ทื่อๆ แต่ก็ชัดเจนสุด เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการเห็นชัดเจนอย่าง โต๊ะเครื่องแป้ง พื้นที่สำหรับแต่งหน้า ทาเฉดดิ้ง ห้ามใช้ไฟสีอื่นไม่งั้นแต่งมาหน้าเพี้ยนสุด นอกจากนี้โป๊ะไฟที่ต้องใช้คือ โต๊ะอ่านหนังสือ ห้องทำงาน อ้อ! ห้องเตรียมอาหารก็ดี เกิดหยิบเครื่องปรุงผิดชีวิตจะป่วนเอา

แสงสองคือ Cool white เป็นสีฟ้าขาว เย็นสบายตา แต่สีที่ออกมาผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงโขอยู่ ห้ามใช้โต๊ะแต่งหน้าโดยเด็ดขาด แต่อนุโลมให้ใช้ที่ห้องครัวได้เพราะช่วยให้อาหารน่ากินขึ้น เพราะสีนี้ช่วยเพิ่มความสดใสให้วัตถุล่ะเธอ

แสงสุดท้าย คือ Warm white หรือแสงส้มโรแมนติก ใช้สำหรับสร้างบรรยากาศนุ่มนวล ผ่อนคลาย เหมาะสำหรับห้องนอน จะเคลิ้มๆ สร้างบรรยากาศ ห้องนั่งเล่น อบอุ่น ชวนสบาย และห้องพระ อันหลังนี้เพื่อเสริมสร้างสมาธิ และให้ความรู้สึกปลอดภัย หากใครมีห้องรับประทานอาหารแยกออกจากห้องครัว สามารถใช้แสง Warm white เพื่อเพื่อความน่ารับประทานให้กับมื้ออาหารได้ดี๊ดี

วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ก็เตรียมกระเป๋ากำเงินไปช็อปปิ้งของเข้าบ้าน จัดบ้านใหม่ตามหลักฮวงจุ้ย เก็บของไม่ใช้โยนทิ้งไป ซื้อของใหม่เข้ามาแต่งบ้านให้เป็น Home sweet home สมกับเป็นสาวยุคไทยแลนด์ 4.0 กันเด้อ

By : MissG

 

COPYRIGHT © 2015-2019 , Z Home, LTD ALL RIGHTS RESERVED