LPN ขนทัพ 24 โครงการ อัดโปรรับมาตรการรัฐ กระตุ้นตลาดตั้งแต่ต้นปี

LPN ขนทัพ 24 โครงการ อัดโปรรับมาตรการรัฐ กระตุ้นตลาดตั้งแต่ต้นปี

อัพเดต 08/06/2020
          LPN ขน 24 โครงการพร้อมอยู่ จัดแคมเปญขานรับมาตรการรัฐ โปรฯ คอนโดมิเนียม "ถูกที่ ถูกเวลาในราคาที่ถูกกว่า" ส่วนโปรฯ แนวราบ “สวัสดีปีชวด ไม่อยากชวดต้องรีบจอง” ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ม.ค.นี้

          นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้จัดแคมเปญทางการตลาด เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงต้นปี โดยนำโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่จำนวน 24 โครงการ มาจัดโปรโมชั่นมอบส่วนลดพิเศษ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ ภายใต้ความมั่นใจกับบริการหลังการขาย ด้วยกลยุทธ์ “ชุมชนน่าอยู่” ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ม.ค.นี้

          ทั้งนี้ โครงการคอนโดมิเนียม บริษัทได้จัดแคมเปญภายใต้ชื่อ "ถูกที่ ถูกเวลาในราคาที่ถูกกว่า" ส่วนโครงการแนวราบ บริษัทได้จัดแคมเปญภายใต้ชื่อ “สวัสดีปีชวด ไม่อยากชวดต้องรีบจอง” โดยในช่วงที่ผ่านมา LPN ได้จัดโปรโมชั่นร่วมกับมาตรการรัฐ เช่น โครงการบ้านดีมีดาวน์ ซึ่งนอกจากจะได้รับเงินคืนจากภาครัฐจำนวน 50,000 บาท แล้ว LPN ยังให้เงินคืนเพิ่มเติมอีก 50,000 บาท รวมเป็น 100,000 บาท และการจัดโปรโมชั่นมอบส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง เป็นต้น

          สำหรับโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ จำนวน 24 โครงการ เป็นโครงการที่ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อยูนิต แบ่งเป็น โครงการคอนโดมิเนียม 18 โครงการ และโครงการแนวราบ 6 โครงการ เช่น โครงการลุมพินี วิลล์ ราชพฤกษ์-บางแวก, โครงการลุมพินี วิลล์ สุขุมวิท 76(2), โครงการลุมพินี วิลล์ ราษฎร์บูรณะ-ริเวอร์วิว 2, โครงการ บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ เพิ่มสิน-วัชรพล, โครงการ บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ รังสิต-คลอง 2 และโครงการ บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ ลาดปลาดุก-บางไผ่สเตชั่น เป็นต้น

          “นอกจากกลยุทธ์ในเรื่องของการบริหารหลังการขายภายใต้แนวคิด “ชุมชนน่าอยู่” แล้ว ในปีที่ผ่านมาบริษัทยังได้ปรับภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ เพื่อรับมือการแข่งขันของปี 2563 ภายใต้แนวคิด “ความพอดี ที่ดีกว่า” เพื่อตอกย้ำปรัชญาการสร้างบ้านในแบบของ LPN คือการสร้างบ้านที่พอดีกับชีวิตจริง รวมถึงการปรับสถาปัตยกรรมด้านนอกอาคาร (Facade) เพื่อให้มีความทันสมัยเหมาะกับการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่” นายโอภาส กล่าว

          อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยการผ่อนคลายหลักเกณฑ์การกำหนดอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (loan to value ratio : LTV) ไม่ให้ตึงเกินไปจนส่งผลกระทบต่อผู้ที่เกี่ยวข้องมากเกินควร โดยได้มีข้อเสนอให้ธปท. ผ่อนคลาย LTV ของบ้านหลังที่ 2 ให้ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับบ้านหลังแรก


ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์
 

COPYRIGHT © 2015-2021 , Z Home, LTD ALL RIGHTS RESERVED